feeds2read
Latest Flows from this sub-category:
Most Recent Videos

Malay Women

East Timor Legal News

AdmirableIndia.com

News entertainment and fun portal

Lintas Berita / Berita Terpilih

Informations In India

The China Teaching Web

East Timor Legal News

Adventure and outdoor forum- himadventures.net

random selection from this sub-category:
Zogam News Network

rediff.com

Daily Telegraph | National News

Citi News

Samar News.com

Aujourd'hui la Chine

France24 - asie-pacifique

Legal News India - Vakilno1.com

Aujourd'hui le Japon

France24 - asie-pacifique

Rss Directory > News > Asia > Safety Global :: ปกป้องโลกของเรา... ให้อยู่ได้นานนาน


 
  Sat, 11 Aug 2007 04:19:00 +0200
เห็นบางคนไม่ค่อยสนใจกับสภาวะโลกร้อนเท่าไร บางคนชอบคิดอะไร"ง่ายๆ" เช่น "โอ้ย...น้ำแข็งขั้วโลกละลาย อยู่ตั้งไกลกว่าจะมาถึง รอให้มันละลายมากกว่านี้เถอะ" แน่ใจเหรอว่าอยากให้มันละลายมากกว่านี้ เพราะไม่รู้สินะว่าที่ผ่านมามันละลายไปมากเท่าไร


ไปดูไกลๆตัวก่อนที่ต่างประเทศ ดูนะว่าภาวะโลกร้อนทำให้ภูมิประเทศเปลี่ยนไปขนาดไหน ( ภาพเก่า เปรียบเทียบ ภาพใหม่ )














ส่วนรูปนี้น่าจะใกล้ตัวขึ้นนะ ( เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร )

เสาหลักบอกจุดสิ้นสุดเขตกรุงเทพมหานคร( มันไปอยู่ในทะเลเรียบร้อยแล้ว ) เสาไฟฟ้าริมน้ำ ? ที่บางขุนเทียน บ่งบอกถึงปริมาณน้ำในทะเลที่สูงขึ้น





ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวการสำคัญกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้คายออกไปสู่บรรยากาศ
การเผาผลาญเชื้อเพลงฟอสซิลต่างๆ เช่น ถ่านหิน น้ำมันเชื้อเพลิงและการตัดไม้ทำลายป่าเหล่านี้ส่งผลให้ปริมาณ คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล อันส่งผลกระทบต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภัยธรรมชาติต่างๆเกิดบ่อยขึ้น และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้คือ...

1. จำนวนพายุ Hurricane Category 4 และ 5 เพิ่มขึ้นสองเท่า ในสามสิบปีที่ผ่านมา

2. เชื้อมาลาเรียได้แพร่กระจายไปในที่สูงขึ้น แม้แต่ใน Columbian, Andesที่สูง 7000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล

3. น้ำแข็ง ใน ธารน้ำแข็ง เขตกรีนแลนด์ละลายเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

4. สัตว์ต่างๆ อย่างน้อย 279 สปีชี่ส์กำลังตอบสนองต่อ ภาวะโลกร้อน โดยพยายามย้ายถิ่นที่อยู่ หากเรายังเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น รับรองได้เลยว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้แน่

5. อัตรา ผู้เสียชีวิต จาก โลกร้อน จะพุ่งไปอยู่ที่300000 คนต่อปี ใน 25 ปีต่อจากนี้

6. ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 20 ฟุต

7. คลื่นความร้อน จะมาบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น

8. ภาวะฝนแล้ง และไฟป่าจะเกิดบ่อยขึ้น

9. มหาสมุทรอาร์กติกจะไม่เหลือน้ำแข็ง ภายในฤดูร้อน 2050

10.สิ่งมีชีวิตกว่าล้านสปีชี่ส์เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ เอาล่ะ...แล้วเราจะช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้อย่างไร?


คู่มือช่วยลด ภาวะโลกร้อน Ten Things To Do จาก An Inconvenient Truth

1. เปลี่ยนหลอดไฟการเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้เป็นฟลูออเรสเซนต์หนึ่งดวง จะช่วยลด
คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 150 ปอนด์ต่อปี

2. ขับรถให้น้อยลงหากเป็นระยะทางใกล้ๆ สามารถเดินหรือขี่จักรยานแทนได้การขับรถยนตร์เป็นระยะทาง 1 ไมล์จะปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์

3. รีไซเคิลให้มากขึ้นลดขยะของบ้านคุณให้ได้ครึ่งนึงจะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 2400 ปอนด์ต่อปี

4. เช็คลมยางการขับรถโดยที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้ถึง3% จากปกติน้ำมันๆทุกๆแกลลอนที่ประหยัดได้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 20 ปอนด์

5. ใช้น้ำร้อนให้น้อยลงในการทำน้ำร้อน ใช้พลังงานในการต้มสูงมาก การปรับเครื่องทำน้ำอุ่นให้มีอุณหภูมิและแรงน้ำให้น้อยลง จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี หรือการซักผ้าในน้ำเย็น จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 500 ปอนด์

6. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เยอะ เพียงแค่ลดขยะของคุณเอง 10 % จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 1200 ปอนด์ต่อปี

7. ปรับอุณหภูมิห้องของคุณ(สำหรับเมืองนอก)ในฤดูหนาว ปรับอุณหภูมิของ Heater ให้ต่ำลง2 องศา และในฤดูร้อน ปรับให้สูงขึ้น 2 องศา จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 2000 ปอนด์ต่อปี

8. ปลูกต้นไม้ การ ปลูกต้นไม้ หนึ่งต้น จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้1 ตัน ตลอดอายุของมัน

9. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ใช้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับพันปอนด์ต่อปี
และอย่างสุดท้าย
10. บอกเพื่อนๆของคุณเกี่ยวกับวิธีเหล่านี้


ที่มา forward mail

1. ก่อนกลับ ทิ้งไว้แค่เพียงรอยเท้าบนหาดทรายอย่าทิ้งขยะเอาไว้!
Leave only footprints in the sand.
Never leave litter behind when you go to the beach.

2. อย่าปล่อยลุกดป่งขึ้นไปบนอากาศเพราะเมื่อมันตกลงไปในทะเล เต๋าทะเลและวาฬจะกิน ซึ้งอาจทำให้เสียชีวิตได้
Never release balloons into the air.
Balloons cause the death for countless numbers of sea turtles and whales. Balloons cause them to suffocate or starve to death


3. ทิ้งขยะในที่ที่ควร เพราะลมและฝนอาจพัดพาขยะที่ถูกทิ้งไหลลงสู่ทะเล
Put trash in its place. Winds and rains can carry litter to our streams and our
streams feed our oceans.

4. ใช้รถสาธารณะ ปั่นจักรยาน หรือเดินดีกว่า เพื่อลดมลภาวะทางอากาศ ที่จะทำให้เกิด ปรากฏการณ์โลกร้อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทะเล
Use public transportation, cycle or walk. Reduce automobile pollution that contributes to climate change which directy affects the ocean.

5. อย่าทิ้งน้ำมัน น้ำเสียจากการซักล้างและสารพิษ ลงท่อระบายน้ำที่ไม่ได้ผ่านขั้นตอนการบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยลงสู่ทะเล
Do not dump oil, soap water, and any toxic products down the sidewalk drain as this water treatment and go straight into rivers and eventually the ocean!

6. เก็บมูลสุนัขไปทิ้ง อย่าฉีดน้ำหรือล้างมูลนั้น เพราะจะทำให้มีเชื้อแบคทีเรียในน้ำสูงขึ้นซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อทะเล
Pick up after your pets. Never leave or hose pet droppings into a sidewalk drain as this causes high bacteria levels that contaminate the ocean.

7. อย่าสัมผัส แค่ว่ายและชมความงามโดยอยู่ให้ห่างสัตว์ทะเลทุกชนิด เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ทะเลทั้งหลายและตัวคุณ
Swim and see, don’t touch. With all sea creatures, keep a respectful distance for their safety and yours.

8. ช่วยกันประหยัดน้ำ ใช้เวลาการอาบน้ำให้สั้นลง และอย่าลืมซ่อมก๊อกน้ำที่รั่ว
Conserve water. Take shorter showers and repair leaky faucets.

9. ลดการใช้ นำกลับมาใช้อีกครั้ง และรีไซเคิลเพื่อประหยัดเงินและทรัพยากร เพื่อพลิกฟื้นธรรมชาติ
Reduce, reuse, recycle. Save money and natural resources as well as the environment.

10. แค่เพียงช่วยกันส่งเคล็ดลับเหล่านี้ให้เพื่อนๆคุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีกว่าเดิมได้
CARE! Share these trips with your friend. You can make a Difference.


ขอบคุณ คุณณัฐพร (เจี๊ยบ) การตลาด แห่ง บริษัท มีเดียฯ ครับ ที่พิมพ์ให้..

ภาพธารน้ำแข็งใน Argentina เมื่อ 20 ปีที่แล้วกับปัจจุบัน


Source http://www.whyworldhot.com


ภาพธารน้ำแข็งใน Argentina ครับ ละลายหมดในเวลา 70 กว่าปี
ภาพนี้ถ่ายเมื่อปี 1928




ภาพปัจจุบัน ถ่ายปี 2004 น้ำแข็งทั้งหมดละลายเหลือแต่น้ำ


Source http://www.whyworldhot.com

นี่่คือ ธารน้ำแข็ง Boulder ครับ (Boulder Glacier) เป็นธารน้ำแข็งเก่าแก่ในอเมริกา
ภาพนี้ถ่ายเมื่อปี 1932 จะเห็นว่าเต็มไปด้วยน้ำแข็ง




ภาพนี้คือ 56 ปีต่อมา เป็นธารน้ำแข็งเดิม ถ่ายจากมุมเดิม (ลองสังเกตฉากหลัง) ในปี 1988 น้ำแข็งหนาๆ ในภาพแรก หายไปหมดแล้วครับ





ธารน้ำแข็ง Rhone Glacier
ภาพในอดีตจาก postcard ครับ เปรียบเทียบกับภาพที่ถ่ายในปัจจุบันครับ




Source http://www.whyworldhot.com
นี่คือ ภาพสถานที่ต่างๆ จาก An Inconvenient Truth ครับ เปรียบเทียบกับสมัยอดีต ดูกันให้เห็น

ภูเขา Kilimanjaro เป็นภูเขาที่สูงที่สุดใน Africa ภาพเมื่อปี 1970 ยังเห็นหิมะบนยอดเขาเยอะอยู่





ปี 2000 หิมะละลายไปมาก



ปี 2006 แทบไม่เหลือหิมะปกคลุมบนยอดเขา



ดูแล้วไม่อยากคิด ว่าอีก 5-10 ปี ข้างหน้า จะเป็นยังครับ


Source http://www.whyworldhot.com




ภาพนี้แสดงการละลายของธารน้ำแข็ง Columbia ใน Alaska ครับ บอกเป็นปีๆเลยว่า ปีนี้เหลือน้ำแข็งอยู่ถึงตรงนี้




Source http://www.whyworldhot.com


ภาพหิมะตกในเมืองบูเอโนส ไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา ซึ่งมีหิมะตกเป็นครั้งแรกในรอบ 89 ปี แสดงให้เห็นภาวะอากาศแปรปรวนที่ส่งผลกระทบจาก ภาวะ โลกร้อน ในขณะที่เทศบางเมืองนิวยอร์ก ประกาศตั้งศูนย์ทำความเย็น 290 แห่ง เพื่อเป็นที่พักผ่อนสำหรับผู้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ (ไม่รู้จะยิ่งเพิ่มโลกร้อนละเปล่า)


อาร์เจนฯตื่นหิมะตกครั้งแรกเกือบศตวรรษ



บัวโนสไอเรส (เอพี/เอเอฟพี) — ชาวอาร์เจนตินานับพันตื่นเต้นสุดขีดหลังเห็นหิมะใน เมืองหลวงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 90 ปี วันที่ 10 ก.ค. มีรายงานว่า ชาวอาร์เจนตินาหลายพันคนต่างส่งเสียงร้องแสดงความยินดี และเล่นขว้างปาหิมะกันอย่างสนุกสนาน บนถนนของกรุงบัวโนสไอเรส ระหว่างที่มีหิมะ ตกหนักเป็นครั้งแรกในรอบ 89 ปี ยังผลให้มีกองหิมะสีขาวบางๆ ปกคลุมไปทั่วภูมิภาค

ทั้งนี้ หิมะได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็น เวลาหลายชั่วโมงในวันจันทร์ หลังจาก มวลอากาศเย็น จัดที่พัดมาจาก ทวีปแอนตาร์กติกา เผชิญกับมวลความชื้นจาก แรงกดอากาศต่ำ ซึ่งปกคลุมพื้นที่สูงทางตะวันตกและทางตอนกลางของ อาร์เจนตินา

“ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหิมะใน บัวโนสไอเรส” จูอานา เบนิเตซ วัย 82 ปี ซึ่งมาร่วมกับเด็กๆ เพื่อฉลองหิมะตก ในครั้งนี้ด้วย กล่าว

สำนักพยากรณ์อากาศแห่งชาติ อาร์เจนตินา ระบุว่า หิมะตก ครั้งนี้เป็น หิมะตก ครั้งใหญ่ครั้งแรกใน กรุงบัวโนสไอเรส นับแต่วันที่ 22 มิ.ย. ปี 2461 แม้ว่าจะเคยมี ฝนลูกเห็บ และ ฝนที่มีความเย็นจัด ตกลงมาหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยชิลี และเปรูต่างเผชิญกับมวลอากาศเย็นเช่นกัน และนักพยากรณ์อากาศคาดว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะเริ่มดีขึ้นในวันพุธนี้

วันเดียวกันมีรายงานว่า ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐกำลังเผชิญคลื่นความร้อน โดยที่วอชิงตัน ดี.ซี. และนิวยอร์ก วัดอุณหภูมิได้ถึง 36 และ 32 องศาเซลเซียส ตามลำดับ
http://news.bbc.co.uk/1/hi/in_pictures/6288410.stm


Source http://www.whyworldhot.com

นอกจากมีกิจกรรมลด ภาวะโลกร้อน โดยปิดไฟ 15 นาที ในวันที่ 9 พ.ค.เวลา 19.00 น. ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิล์ด และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงปฏิญญากรุงเทพมหานครร่วมลด ภาวะโลกร้อน กับองค์กรภาครัฐ เอกชนและเครือข่ายประชาชน 33 หน่วยงาน อาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นต้น แล้ว ทางกรุงเทพมหานครยังได้เตรียมหลอดตะเกียบจำนวน 1,000 ดวงให้กับผู้ที่นำหลอดไส้มาเปลี่ยน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย


นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่ากิจกรรมแลกเปลี่ยนหลอดไฟดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) และกระทรวงพลังงาน ที่ดำเนินโครงการเปลี่ยนไส้หลอดทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 50,000 ดวง เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับประชาชนในกรุงเทพ ที่เหลือได้หันมาใช้หลอดประหยัดพลังงานแทนหลอดไส้ที่มีอยู่ประมาณ 5 ล้านดวงทั่วกรุงเทพฯ และในวันจันทร์ที่ 14 พ.ค.จะได้เดินรณรงค์และเปลี่ยนไส้หลอดอีกจำนวนหนึ่งตามตลาดสด

“อยากให้ประชาชนได้เข้าใจว่าการดับไฟ เปลี่ยนหลอดไฟ หรือใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกก็มีส่วนช่วยแก้ปัญหา โลกร้อน ได้” นายอภิรักษ์กล่าว โดยชี้แจงถึงเหตุผลของการรณรงค์ยุติ ภาวะโลกร้อน ว่าเพื่อจุดประกายให้ประชาชนทั่วไปหันมาสนใจ ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้จากเอกสารประชาสัมพันธ์ “หยุดเพิ่มความร้อนใส่กรุงเทพฯ” ระบุว่า หากเปลี่ยนหลอดไส้ 100 วัตต์ไปใช้หลอดประหยัดพลังงาน 18 วัตต์จะช่วยลด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 295 กิโลกรัม และประหยัดเงินได้ปีละ 738 บาท ดังนั้นหากประชาชนทั่วกรุงเทพฯ เลิกใช้หลอดไส้ทั้งหมดจะช่วยลดการปล่อย ก๊าซเรือนระจก ได้ถึงปีละ 1,475 ล้านกิโลกรัม และประหยัดเงินได้ 3,690 ล้านบาท

Source http://manager.co.th
เอเยนซี - กองทุนสัตว์ป่าโลกเผยรัฐบาลประเทศต่างๆ จำเป็นต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เรื่องปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใน 5 ปี เพื่อรับมือกับความต้องการ พลังงาน ที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในอีก 50 ปีข้างหน้า


องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ระบุไว้ในรายงานว่าการถ่วงเวลาออกไปอาจจะทำให้โลกต้องเผชิญกับ ภาวะโลกร้อน ขั้นอันตรายภายในเวลาชั่วชีวิตหนึ่ง หรืออาจทำให้ต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่เศรษฐกิจโลกได้

“ปัญหาสำหรับผู้นำและรัฐบาลต่างๆทั่วโลกก็คือ จะควบคุมการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ให้อยู่ในระดับสูงจนเป็นอันตราย โดยไม่กระทบการพัฒนาประเทศและลดระดับมาตรฐานการครองชีพได้อย่างไร” เจมส์ ลีป (James Leape) ผู้อำนวยการ WWF กล่าว

“เรามีเวลาอีกน้อยนิดที่เราจะสามารถเพาะเมล็ดแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ และนั่นก็คืออีก 5 ปีข้างหน้า เราไม่สามารถปล่อยเวลาให้สูญเปล่าได้อีก” เขาเสริม

รายงานฉบับนี้ ตั้งเป้าสำหรับ อุณหภูมิ เฉลี่ยทั่วโลกภายในปี 2050 ว่าไม่ควรเพิ่มเกิน 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับเพิ่มขึ้น 0.7 องศาเซลเซียสแล้ว นอกจากนั้นรายงานนี้ยังตั้งเป้าตัดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50%

WWF สนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (IPCC) จากองค์การสหประชาชาติ ที่ได้เน้นย้ำว่า เราสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบขั้นเลวร้ายที่สุดจาก ภาวะโลกร้อน ได้ด้วยการใช้เทศโนโลยีที่มีอยู่แล้ว ใช้พลังงานทางเลือก และดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน

อย่างไรก็ตาม WWF ระบุว่า การตัดสินใจของฝ่ายเศรษฐกิจและการเมืองยังคง “มีแนวทางที่แตกต่างกันและเป็นอันตราย”

รายงานส่งเสริมวิธีแก้สำคัญๆ 6 ประการ เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น, การปลูกป่า, การเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ในระดับต่ำ อาทิ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ รวมไปถึง การเก็บกักสะสมพลังงาน

ทาง WWF ยังต้องการให้โรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานถ่านหิน เปลี่ยนมาใช้ก๊าซแทน และต้องการให้กักและแยกก๊าซคาร์บอนให้มากกว่านี้ เพื่อรับมือกับการปล่อยก๊าซดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจากการเผาไหม้ เชื้อเพลิงฟอสซิล

เมื่อรวมกันแล้ว วิธีเหล่านั้นอาจตัดลดการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ประมาณ 60-80% ภายในปี 2050 โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องนำมาปฏิบัติให้ทันเวลา

ส่วนทางแก้ในอีกด้านหนึ่ง รายงานนี้ไม่เห็นด้วยกับการใช ้พลังงานนิวเคลียร์ แม้ว่าวิธีดังกล่าวอาจไม่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอน เลย โดยรายงานบอกว่าเพราะการใช้ พลังงานนิวเคลียร์ อาจมีความเสี่ยงเกิดมลพิษจาก กัมมันตภาพรังสี, ความเสี่ยงแพร่กระจายอาวุธ นิวเคลียร์ และความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและปลดระวาง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้

รายงานย้ำว่า ถ้าทุกประเทศตัดสินใจแก้ปัญหาร่วมกันภายใน 5 ปี มาตรการต่างๆก็จะเริ่มมีผลดังประสงค์ได้ภายใน 1 ทศวรรษ โดยขึ้นอยู่กับโลกความจริงว่าภาคอุตสาหกรรมจะมีความสามารถปรับตัวอย่างแข็งขันเพียงใด


Credit : http://manager.co.th/

คู่มือช่วยลด ภาวะโลกร้อน Ten Things To Do จาก An Inconvenient Truth ครับ

1. เปลี่ยนหลอดไฟ
การเปลี่ยนหลอดไปจากหลอดไส้เป็นฟลูออเรสเซนต์หนึ่งดวง จะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 150 ปอนด์ต่อปี

2. ขับรถให้น้อยลง
หากเป็นระยะทางใกล้ๆ สามารถเดินหรือขี่จักรยานแทนได้ การขับรถยนตร์เป็นระยะทาง 1 ไมล์จะปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์

3. รีไซเคิลให้มากขึ้น
ลดขยะของบ้านคุณให้ได้ครึ่งนึงจะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 2400 ปอนด์ต่อปี

4. เช็คลมยาง
การขับรถโดยที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้ถึง 3% จากปกติ
น้ำมันๆทุกๆแกลลอนที่ประหยัดได้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 20 ปอนด์

5. ใช้น้ำร้อนให้น้อยลง
ในการทำน้ำร้อน ใช้พลังงานในการต้มสูงมาก การปรับเครื่องทำน้ำอุ่น ให้มีอุณหภูมิและแรงน้ำให้น้อยลง จะลด คาร์บอนไดออกไซด ์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี หรือการซักผ้าในน้ำเย็น จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 500 ปอนด์

6. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เยอะ
เพียงแค่ลดขยะของคุณเอง 10 % จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 1200 ปอนด์ต่อปี

7. ปรับอุณหภูมิห้องของคุณ(สำหรับเมืองนอก)
ในฤดูหนาว ปรับอุณหภูมิของ heater ให้ต่ำลง 2 องศา และในฤดูร้อน ปรับให้สูงขึ้น 2 องศา จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 2000 ปอนด์ต่อปี

8. ปลูกต้นไม้
การ ปลูกต้นไม้ หนึ่งต้น จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมัน

9. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่
ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ใช้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับพันปอนด์ต่อปี

และอย่างสุดท้าย
10. บอกเพื่อนๆของคุณเกี่ยวกับวิธีเหล่านี้ครับ


Source http://www.whyworldhot.com

ภาวะโลกร้อน หรือสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง กำลังบอกเราว่า ไม่มีสัญญาณว่าโลกจะเย็นขึ้นแต่อย่างใด

นี่คือความจริงที่ว่า ทำไมมันถึงเกิดขึ้น อะไรคือสาเหตุ และมีผลกระทบกับโลกนี้อย่างไร




ภาวะโลกร้อน กำลังเกิดขึ้น ?

ใช่แน่นอน โลกกำลังแสดงสัญญาณหลายอย่างว่า ภาวะอากาศ กำลังเปลี่ยนแปลง

- อุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.8 องศาเซลเซียส นับตั้งแต่ปี 1880 และส่วนมากเพิ่มขึ้นในไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา จากข้อมูลของสถาบันวิจัยอวกาศกอดดาร์ดส์แห่งนาซา

- อัตราการเพิ่มของอุณหภูมิกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 2 ทศวรรษในศตวรรษที่ 20 มีปีที่ร้อนที่สุด ในรอบ 400 ปี และเป็นไปได้ว่าที่สุดในรอบ 1000 ปี จากข้อมูลของ IPCC ระบุว่า ใน 12 ปีที่ผ่านมา มี 11 ปีเป็นปีที่ร้อนที่สุดตั้งแต่ปี 1850
อาร์กติกได้รับผลกระทบมากที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยในอลาสกา แคนาดาตะวันตก และรัสเซียตะวันออก เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากรายงานของ multinational Arctic Climate Impact Assessment ช่วงปี 2000-2004

- น้ำแข็งในอาร์กติก กำลังละลายอย่างรวดเร็ว และอาจไม่มีน้ำแข็งอีกเลย ในฤดูร้อน ปี 2040 หรือเร็วกว่า http://news.nationalgeographic.com/news/2006/12/061212-arctic-ice.html
ชาวพื้นเมืองและหมีขั้วโลกก็กำลังเผชิญกับภัยนี้เช่นกัน

- ธารน้ำแข็ง และหิมะบนภูเขา ได้ละลายอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่นธารน้ำแข็งในอุทยานแห่งชาติมอนทาน่า ปัจจุบันเหลือเพียง 27 ธารน้ำแข็งจาก 150 เมื่อปี 1910
http://news.nationalgeographic.com/news/2004/12/
photogalleries/global_warming/

- ปะการัง ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากอุณหภูมิน้ำ ได้ตายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 1998 ปะการังกว่า 70% ขาวซีดในบางพื้นที่ http://news.nationalgeographic.com/news/2006/05/warming-coral.html

- ภาวะอากาศแปรปรวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น คลื่นความร้อนพายุ และการเกิดไฟป่า


มนุษย์เป็นตัวการหรือ ?

จากรายงานของ IPCC มีความเป็นไปได้สูงมาก โดยรายงานนี้จัดทำโดยนักวิทยาศาสตร์กว่า 2500 คนใน 130 ประเทศ ได้สรุปว่า มนุษย์เป็นตัวการของสาเหตุเกือบทั้งหมด ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

- การทำอุตสาหกรรม การตัดไม้ทำลายป่า และการปล่อยมลพิษอย่างมหาศาล ได้เพิ่มความเข้มข้นของไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์ในบรรยากาศ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บความร้อนไว้ทั้งสิ้น (ดูข้อมูลเพิ่มเติมว่าโลกร้อนเกิดได้อย่างไร ที่
http://green.nationalgeographic.com/environment/global-warming/gw-overview-interactive.html)

- มนุษย์กำลังเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ มากกว่าที่ต้นไม้และมหาสมุทรสามารถรับได้ http://news.nationalgeographic.com/news/2007/05/070517-carbon-oceans.html

- ซึ่งก๊าซเหล่านี้จะอยู่ในบรรยากาศไปอีกนาน หมายความว่าการหยุดปล่อยก๊าซเหล่านี้ ไม่สามารถหยุดภาวะโลกร้อนได้ทันที http://news.nationalgeographic.com/news/2005/03/
0317_050317_warming.html

- ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนเกิดเป็นวัฎจักรสม่ำเสมอ ซึ่งเกิดจากปริมาณแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลก และเป็นวัฏจักรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ในรอบเวลานับแสนปี แต่การเปลี่ยนแปลงภาวะอากาศที่ผ่านมาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาแค่เป็นร้อยปี จึงมีผลการวิจัยที่หักล้างทฤษฎีดังกล่าวออกมา http://news.nationalgeographic.com/news/2006/09/060913-sunspots.html


อะไรกำลังจะเกิดขึ้น ?

- รายงานของ IPCC ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาระบุว่า ในอนาคต อาจเกิดภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำ และภัยพิบัติต่อสัตว์ป่า

- ระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้นระหว่าง 7-23 นิ้ว ซึ่งระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเพียง 4 นิ้วก็จะเข้าท่วมเกาะ และพื้นที่จำนวนมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

- ผู้คนนับร้อยล้านที่อยู่ในระดับความสูงไม่เกิน 1 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล อาจะต้องย้ายถิ่น โดยเฉพาะในสหรัฐ รัฐฟลอริดา และหลุยส์เซียนาก็เสี่ยงเช่นกัน http://news.nationalgeographic.com/news/2006/03/
0323_060323_global_warming.html

- ธารน้ำแข็งละลายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น อาจส่งผลต่อการขาดแคลนน้ำจืดได้

- พายุที่รุนแรง ภาวะแห้งแล้ง คลื่นความร้อน ไฟป่า และภัยธรรมชาติต่างๆ จะเกิดขึ้นบ่อยขึ้น จนกลายเป็นเรื่องปกติ ทะเลทรายจะขยายตัวทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารในบางพื้นที่

- สัตว์นับล้านสปีชี่ส์ จะสูญพันธุ์ จากการไม่มีที่อยู่ ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลง และน้ำทะเลเป็นกรด http://news.nationalgeographic.com/news/2004/
01/0107_040107_extinction.html

- การไหลเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทร อาจเปลี่ยนทิศทาง ส่งผลให้เกิดยุคน้ำแข็งย่อยๆ ในยุโรป และภาวะอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่ http://news.nationalgeographic.com/news/2005/
11/1130_051130_ice_age.html

- ในอนาคต เมื่อภาวะโลกร้อนอยู่ในขั้นที่ควบคุมไม่ได้ จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Positive Feedback Effect ซึ่งอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ถูกเก็บ อยู่ในส่วนชั้นน้ำแข็งที่ไม่เคยละลาย (Permafrost) และ ใต้ทะเลออกมา หรือคาร์บอนที่ถูกน้ำแข็งกับเก็บไว้ ส่งผลให้ภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
จาก National Geographic Global Warming Fast Fact

http://news.nationalgeographic.com/news/2004/12/
1206_041206_global_warming.html


Source http://www.whyworldhot.com

  Sat, 21 Jul 2007 04:41:00 +0200
โลกร้อน คืออะไร ?

ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะ ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เป็นปัญหาใหญ่ของโลกเราในปัจจุบัน สังเกตได้จาก อุณหภูมิ ของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักของปัญหานี้ มาจาก ก๊าซเรือนกระจก ครับ (Greenhouse gases)
ปรากฏการณ์เรือนกระจก มีความสำคัญกับโลก เพราะก๊าซจำพวก คาร์บอนไดออกไซด์ หรือ มีเทน จะกักเก็บความร้อนบางส่วนไว้ในในโลก ไม่ให้สะท้อนกลับสู่บรรยากาศทั้งหมด มิฉะนั้น โลกจะกลายเป็นแบบดวงจันทร์ ที่ตอนกลางคืนหนาวจัด (และ ตอนกลางวันร้อนจัด เพราะไม่ม ีบรรยากาศ กรองพลังงาน จาก ดวงอาทิตย์) ซึ่งการทำให้โลกอุ่นขึ้นเช่นนี้ คล้ายกับหลักการของ เรือนกระจก (ที่ใช้ปลูกพืช) จึงเรียกว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) ครับ






แต่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของ CO2 ที่ออกมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม รถยนตร์ หรือการกระทำใดๆที่เผา เชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ) ส่งผลให้ระดับปริมาณ CO2 ในปัจจุบันสูงเกิน 300 ppm (300 ส่วน ใน ล้านส่วน) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 แสนปี

ซึ่ง คาร์บอนไดออกไซด์ ที่มากขึ้นนี้ ได้เพิ่มการกักเก็บความร้อนไว้ในโลกของเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็น ภาวะโลกร้อน ดังเช่นปัจจุบัน

สำหรับภาพของผลกระทบ จากภาวะโลกร้อน สามารถดูได้จากลิ้งค์ในหน้านี้ครับ http://www.whyworldhot.com/an-inconvenient-truth-global-warming/


Source http://www.whyworldhot.com


Disclaimer|Rss Directory|Try a Feed|Suggest a Feed|F-A-Q|Partners
Links: Référencement internet | Annuaire Webmaster  | ubuntu/debian tips
Comparateur de Prix | Logos, Sonneries, Jeux Java | Sonneries pour portables | Ringtones and logos for mobile phone | Accéssoires pour téléphone portable | Sonneries Et Logos
© copyright feeds2read.net 2005-2008